เว็บ GClub ศุภชัย ใจเด็ด “ผมเคยกลัวที่จะย้ายมาบุรีรัมย์”

Image result for ศุภชัย ใจเด็ด “ผมเคยกลัวที่จะย้ายมาบุรีรัมย์”

“ผมกลัวทำไม่ได้ กลัวไม่มีโอกาสลงเล่น” จากเด็กหนุ่มที่เหมือนเคยพ่ายแพ้ให้กับความคิดตัวเอง เขาก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดของเมืองไทย ได้อย่างไร?
ย้ายไปทำไม.. ? ย้ายไปนั่งเหรอ.. ? ย้ายไปทีมอื่นเพื่อโอกาสลงเล่นไม่ดีกว่าเหรอ.. ? เชื่อเหลือเกินว่า นี่คือเสียงส่วนใหญ่หลังจากเห็น ศุภชัย ใจเด็ด ดาวรุ่งที่ขณะนั้นวัยเพียง 18 ปี ย้ายจาก โอสถสภาฯ ไปอยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2017

เว็บ GClub มันไม่ผิดเลยที่หลายคนคิดแบบนั้น.. เนื่องจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ในเมืองไทย ที่นอกจากมีการแข่งขันภายในทีมที่สูงแล้ว ที่ผ่านมา ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย ปราสาทสายฟ้า มักนิยมใช้ผู้เล่นต่างชาติ เป็นแกนหลักในแนวรุกอยู่เสมอ แม้กระทั่ง อดิศักดิ์ ไกรษร หรือ สิทธิโชค กันหนู ยังไปไม่สุดกับทีม

อย่างไรก็ตาม กาลเวลาผ่านไป 1 ปีครึ่ง ไม่น่าเชื่อว่า เด็กหนุ่มก้านยาว ที่ถูกถากถางในวันนั้น จะพัฒนาตัวเอง ขึ้นมาเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุด – ความคิด ความอ่านของ ศุภชัย ใจเด็ด ก่อนย้ายมาอยู่กับ ปราสาทสายฟ้า เป็นอย่างไร และ ในขณะที่สปอร์ตไลท์ทุกดวงกำลังส่องเข้ามา เขามีวิธีรับมือได้ดีแค่ไหน ติดตามที่นี่

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก่อนย้ายมา บุรีรัมย์ เรากลัวจะไม่มีโอกาสลงเล่นมั้ย

กังวลเหมือนกันครับ เพราะบุรีรัมย์ ใช้นักเตะกองหน้าต่างชาติที่มีความสามารถสูง ด้วยวัยของผมตอนนั้น ก็คิดไปเอง กลัวว่าทำไม่ได้ กลัวไม่มีโอกาสลงเล่น แต่ผมก็บอกกับตัวเองว่า ต้องอดทน และ ต้องทำงานหนักของเราไป

จากนั้น ผมก็พยายามเรียนรู้วิธีการเล่นของ บุรีรัมย์ รวมถึง ความคิดของแต่ละคน ว่าเล่นเป็นยังไงด้วย พอเราเริ่มเข้าใจ ก็เลยทำให้เรามั่นใจมากขึ้น ยิ่งมีโอกาสลงเล่นด้วย อะไรหลายๆอย่างมันก็เริ่มลงตัง

นอกจากความอดทน ต้องทำงานให้หนัก ยังมีอะไรอีกมั้ย ที่ทำให้เราก้าวข้ามตรงนั้นมาได้

คงเป็นครอบครัวครัวครับ ครอบครัวเป็นกำลังใจสำคัญที่สุดของผม ครอบครัวผม เป็นครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่น ผมอยากดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด ตอนเด็กๆผมลำบากมาก ไม่มีบ้าน ไม่มีรถอะไรเป็นของตัวเองเลย พอผมมีโอกาสตรงนี้ ก็อยากทำให้เต็มที่

ผมคิดว่าเสมอว่า ผมไม่ได้สู้เพื่อผมคนเดียว แต่ผมสู้เพื่อคนข้างหลังด้วย ผมอยากทำให้ครอบครับผมสมบูรณ์ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และ มีความสุขมากที่สุดครับ

คุณเนวิน (เนวิน ชิดชอบ) เคยบอกว่าตั้งใจให้ อาร์ม เริ่มต้นเล่นกองกลาง จากนั้นขยับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ตรงนี้มีส่วนช่วยให้เราพัฒนามากน้อยแค่ไหน

มีส่วนช่วยมากครับ มันทำให้เราเข้าใจจังหวะฟุตบอลมากขึ้น อย่างถ้าเราเล่นกองกลาง ผมก็รู้จะวิธีการเคลื่อนที่กองหน้า ว่าจังหวะไหนควรจ่ายหรือไม่จ่าย จากนั้นพอกลับมาเล่นกองหน้า เราก็จะรู้วิธีการเคลื่อนที่ให้ได้เปรียบมากขึ้น

อย่างกองหน้าที่ผมดูตลอดก็คือ ดิโอโก ทั้งซ้อมและแข่ง เขาจะเป็นคนที่เคลื่อนที่บอลได้ดีมาก และ หาตำแหน่งได้ดีมากๆด้วย ทำให้ผมพยายามศึกษาอยู่ตลอด

ส่วนกองหน้าไทย ผมชอบพี่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) ครับ เวลาแกเล่น จะเล่นได้เนียน และ เก็บบอลดีมาก สังเกตุเลยว่า พี่มุ้ย จะเป็นคนเล่นบอลฉลาด เล่นไม่ยาก ปล่อยบอลง่ายๆ ว่าง่ายๆ เป็นนักเตะที่เล่นเพื่อทีม ก็เป็นอีกคนที่ผมศึกษาเหมือนกัน

ต้องขอบคุณพ่อเนวิน (เนวิน ชิดชอบ) ครับ ที่ให้โอกาส และ พยายามหาตำแหน่งให้ผมเล่น รวมถึงยังมีรุ่นพี่อีกหลายคนในทีม ที่ผมพยายามเรียนรู้ด้วยอยู่ตลอด

5 ประตู 3 แอสซิสต์ 1 แฮตทริค จาก 39 นัด นับว่าไม่เลวเลย อะไรเป็นเบื้องหลังสำคัญของฟอร์มที่ดีในปีนี้

หลักๆเลย คงเป็นโอกาสครับ พอเรามีโอกาสได้ลงเล่น แล้วทำได้ มันก็ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น ที่สำคัญผมมีเพื่อนร่วมทีมที่ดีด้วยครับ

ตัดมาเรื่องทีมชาติบ้าง พอใจผลงานส่วนตัวแค่ไหน กับ 2 ประตูในเอเชียนเกมส์

ถ้าเลือกได้ ผมอยากให้ทีมเข้ารอบมากกว่า ผมดีใจแหละที่ยิงได้ แต่เหมือนมันแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย จนถึงตอนนี้ ก็ยังเสียดายและเสียใจมาก

ตอนนั้น ผมไม่ได้หวังว่าจะเป็นตัวจริงเลย สเต็ปแรก ผมดีใจมากกว่า ที่ผมได้รับใช้ชาติ มีชื่อติดเป็น 20 คน เพราะมันเป็นโอกาสสุดท้ายในเอเชียนเกมส์ ตอนแรกเหมือนผมจะไม่มีชื่อแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็เหมือนที่ผ่านมาครับ ผมมีชื่อเป็นคนท้ายๆ ก็เป็นสีสันในชีวิต ให้ลุ้นดีครับ (หัวเราะ)

กดดันมั้ย ที่หลายคนมองว่า ด้วยฟอร์มตอนนี้ เราถูกยกให้เป็นพี่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) คนต่อไป

กดดันส่วนนึงครับ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่า ผมจะไปเทียบกับพี่มุ้ยได้ ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะขึ้นไปเร็วขนาดนั้น สิ่งสำคัญผมว่า คือการรักษามาตรฐานการเล่นให้คงที่ ผมไม่รู้หรอกว่าอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า หรือ วันข้างหน้าจะเป็นยังไง ผมแค่วางเป้าหมายไว้ และ ไปให้ไกลที่สุดแค่นั้น ถ้าเราทำได้ เดี๋ยวถึงเวลาของมันเองครับ

หลังจากนี้คงถูกจับตามองมากขึ้น เรามีวิธีรับมือกับตรงนี้อย่างไร

ผมคิดว่า วันไหนที่เราสู​ง เราต้องทำตัวให้เล็กที่สุด ผมจะไม่หลงระเริงกับคำชม เพียงแค่ผมเล่นดีแค่ไ่ม่กี่เกม ผมจะพยายามทำงานหนักและพัฒนาตัวเองต่อไปครับ